โรงเรียนวัดศรีมงคล อำเภอหล่มสัก เพชรบูรณ์
วัดศรีมงคล อำเภอหล่มสัก เพชรบูรณ์

วัดศรีมงคล ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อวัดโดยทางราชการเรียกว่า “วัดศรีมงคล” ชาวบ้านเรียกว่า “วัดกลาง”
เป็นวัดราษฎร์ อยู่ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ ตำบลหล่มสัก
อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ภาค 4
ประวัติความเป็นมาของวัดศรีมงคลโดยสังเขป
วัดศรีมงคล เดิมชื่อว่าวัดกลาง เพราะสร้างอยู่ในใจกลางหล่มสัก ต่อมา
ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อวัดจากวัดกลาง มาเป็นวัดศรีมงคล และเป็นสถานที่
ใช้ถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัยโบราณ มีประวัติเกี่ยวข้องกับทางประวัติศาสตร์
ซึ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของบ้านเมืองพอสมควร เพื่อจะได้
ทราบประวัติโดยสังเขป
แต่ก่อนหล่มสักเดิมเขียนเป็นหล่มศักดิ์ ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งขึ้นเมื่อครั้งเสร็จสิ้น
จากการปราบกบฏ มีเจ้าเมืองเวียงจันทน์เป็นหัวหน้า ในปี 2372
เมื่อ พ.ศ.2369 เจ้าอนุวงศ์ผู้ครองเมืองเวียงจันทน์อันเป็นประเทศราช
ของไทยนั้น ได้เกิดกบฏขึ้นต่อกรุงสยาม ทางกรุงสยามได้จัดกองทัพไปปราบ
กบฏเวียงจันทน์ จับตัวเจ้าอนุวงศ์ได้และได้จัดการปกครองหัวเมืองต่างๆ
เรียบร้อยแล้ว จึงมาตั้งเมืองหล่มสักในปัจจุบัน โดยพระสุริยวงศาฯ (คง)
เป็นผู้สร้างเมืองหล่มสักและวัดศรีมงคลขึ้น
พระสุริยวงศาฯ (คง) เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มายังเมืองหล่ม
(เข้าใจว่าทางเรือ) ได้พักแรมที่บ้านโพธิ์หรือบ้านท่ากกโพธิ์ ซึ่งอยู่ทาง
ทิศใต้เมืองหล่ม (หล่มเก่า) ลงมาเป็นภูมิประเทศที่เหมาะสมเป็นเมือง และอยู่
ริมแม่นำ้แควป่าสัก (แต่ก่อนๆ มีน้ำมากเกือบตลอดทุกปี) เรือเดินทางได้ตลอด
ถึงกรุงเทพฯ เป็นที่ชอบใจเมื่อได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว (จะเป็นเวลากี่่ปีหรือ
ในปีต่อมาไม่ทราบแน่)
จึงมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ที่บ้านโพธิ์หรือบ้านท่ากกโพธิ์ สร้างจวนเจ้าเมืองขึ้น
ซึ่งอยู่ทางฝ่ายซ้ายของแม่น้ำแควป่าสัก (ที่เรียกว่าจวนเจ้าเมืองปัจจุบันนี้
เป็นที่ทำการเทศบาลและโรงสีกิจไพบูลย์) มีบริเวณกว้างขวางพอสมควร
ในสมัยนั้นจึงได้สร้างวัดไว้กลางเมือง ชื่อว่า”วัดกลาง” คือ “วัดศรีมงคล”
เดิมทีเมื่อแรกตั้ง ชาวพื้นเมืองชอบเรียกกันว่า หล่มเก่า หล่มใหม่
เมืองหล่มเดิม เรียกว่า หล่มเก่า ทางราชการฝ่ายปกครองให้ชื่อเป็น
อำเภอวัดป่า (บ้านโพธิ์คือตำบลวัดป่า) ทั้งสองอำเภอนี้ต่อมารวมกับ
ทางราชการใช้ชื่อว่า เมืองหล่มศักดิ์ และต่อมาตั้งเป็นจังหวัดหล่มสัก
ปี พ.ศ.2473-2474 จึงยุบจังหวัดหล่มศักดิ์รวมเข้ากันกับจังหวัดเพชรบูรณ์
และใช้มาตลอดจนทุกวันนี้








